วันนี้ทางเรา Lekded69 มีบทความดีๆให้ทุกคนได้อ่านกันอีกแล้วกับ การไหว้เจ้า วันตรุษจีน ห้ามพลาดเด็ดขาด

ดู การไหว้เจ้า 64

การไหว้เจ้า “ตรุษจีน” ประจำปี 2564

วันตรุษจีนนับว่าวันที่สำคัญอีกวันหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายจีนหลายๆคน เพราะเป็นวันที่จะทำการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ การไหว้บรรพบุรุษ และยังเป็นการไหว้เทพเจ้า “ไฉ่ซิงเอี้ย” บทความนี้จะน่าสนใจแค่ไหนไปอ่านกันได้เลย

ดู การไหว้เจ้า 64

ประวัติความเป็นมา

      ตรุษจีนนั้นคล้ายคลึงกับวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก ร่องรอยของประเพณี พิธีกรรมความเป็นมาของการฉลองตรุษจีนนั้น มีมานานกว่าศตวรรษ (100 ปี) จริงๆแล้วนานมาก จนไม่สามารถย้อนกลับไปดูว่าเริ่มต้นฉลองมาตั้งแต่เมื่อไร

      ตรุษจีนนั้นเป็นที่รู้จักและจำได้ทั่วไปว่าเป็น การฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน (คล้ายกับวัน คริสต์มาสของประเทศตะวันตก) เมื่อผู้คนเริ่มซื้อของขวัญ, สิ่งต่างๆ เพื่อประดับบ้านเรือน, อาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูกทำความสะอาดตั้งแต่บนลงล่าง หน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการกวาดเอาโชคร้าย ออกไป ประตูหน้าต่างมีการขัดสีฉวีวรรณทาสีใหม่ซึ่งสีแดงเป็นสีนิยม ประตูหน้าต่างจะถูกประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพรอย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืน

เกิดจากการจัดขึ้น เพื่อตั้งใจที่จะฉลองฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนนั้น ประเทศจีนปกคลุมไปด้วยหิมะ จึงไม่สามารถทำการเกษตรได้ เมื่อเข้าถึงฤดูใบไม้ผลิ จึงจะสามารถเพาะปลูกพืนผักได้ตามปกติ ชาวจีนจึงกำหนดให้วันแรกของฤดูใบไม้ผลิตในแต่ละปีเป็นวันสำคัญที่เรียกว่า “วันตรุษจีน”

ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ นั้นผูกไว้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ อาหาร ไปจนถึงเสื้อผ้า อาหารค่ำนั้นประกอบด้วยอาหารทะเล และอาหารนึ่งเช่นขนมจีบ ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความหมายต่างๆกัน อาหารอันโอชะอย่างเช่นกุ้งจะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาร่ายดูคล้ายผมแต่กินได้จะนำความความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร

การใส่เสื้อผ้าสีแดงถือเป็นสีที่เป็นมงคล เป็นการไล่ปีศาจร้ายให้ออกไป และการใส่สีดำหรือขาวเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งสีเหล่านี้ถือว่าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ หลังจากอาหารค่ำทุกคนในครอบครัวนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือ ไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง

ดู การไหว้เจ้า 64

วิธีและขั้นตอนสำหรับการไหว้เจ้า

 ดู การไหว้เจ้า 64

ช่วงเช้ามืด : เวลาประมาณ 06.00-07.00 น.

เริ่มต้นด้วยการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ไป๊เล่าเอี๊ย) เป็นการไหว้เทพเทวดาผู้คุ้มครองบ้านเรือน หลังจากไหว้เสร็จ ก็เผากระดาษเงินกระดาษทองตามประเพณี 

ของไหว้ที่ต้องเตรียมได้แก่ : 

– ใช้ธูปในการไหว้ 5 ดอก

– เนื้อสัตว์ต้มสุก(ซาแซ) 3 อย่าง หรือ 5 อย่าง 

– (โหงวแซ) เช่น ไก่ เป็ด หมู ฯลฯ 

– ต่อด้วยผลไม้มงคล 5-7 อย่าง 

– เหล้า น้ำชา 

– กระดาษเงินกระดาษทอง

ตรุษจีน

ช่วงสาย : เวลาประมาณ 10.00-11.00 น.

เป็นการไหว้บรรพบุรุษ (ไป๊เป้บ๊อ) เพื่อระลึกถึงญาติพี่น้องที่เสียไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที หลังจากไหว้แล้วรอจนธูปหมด จากนั้นจะนำของไหว้มารับประทานร่วมกันและแบ่งปันเพื่อนบ้าน

 ของไหว้ที่ต้องเตรียมได้แก่ : 

– ใช้ธูปในการไหว้ 3 ดอก 

– เนื้อสัตว์ต้มสุก 3-5 อย่าง (ซาแซหรือโหงวแซ) แต่ให้เพิ่มอาหารอื่นๆ ที่บรรพบุรุษชอบหรืออาหารที่มีความหมายมงคล เช่น อาหารจานเส้น อาหารจานปลา อาหารที่มีปลาหมึกแห้ง และเมนูซุปใสหรือแกงจืด เป็นต้น 

– ขนมมงคล เช่น จันอับ ขนมถ้วยฟู ขนมเข่ง ขนมเทียน ซาลาเปา ฯลฯ 

– ผลไม้มงคล และกระดาษเงินกระดาษทอง 

 ข้อควรระวัง : ไม่ควรนำเต้าหู้ขาวมาไหว้วันตรุษจีน เนื่องจากสีขาวสำหรับชาวจีนเป็นสีแห่งความโศกเศร้า และของไหว้ไม่ควรเป็นอาหารที่มีรสเผ็ด รสขม และผลไม้ที่มีหนาม เพราะจะทำให้ชีวิตมีอุปสรรคขวากหนามไม่ราบรื่น

ตรุษจีน

ช่วงบ่าย : เวลาประมาณ 14.00-16.00 น.

เป็นการไหว้ทำทานแก่ผีไร้ญาติหรือสัมภเวสี (ไป๊ฮ้อเฮียตี๋) พอไหว้เสร็จ รอสักครู่ จากนั้นให้จุดประทัดไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปให้หมด

 ของไหว้ที่ต้องเตรียมได้แก่ : 

– ใช้ธูปในการไหว้เพียง 1 ดอกเท่านั้น

– อาหารต่าง ๆ ที่เหลือจากการไหว้รอบเช้าและรอบสาย 

– ข้าวสวย ขนมต่าง ๆ เช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล 

– กระดาษเงินกระดาษทอง 

ตรุษจีน

ช่วงดึก :  เวลาประมาณ 23.00-01.00 น

เข้าตรุษจีน อยากเฮง อยากร่ำรวย อยากปังในเรื่องความรัก และเรื่องดีๆอื่นๆ เราก็แนะนำให้ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดยฤกษ์ในการไหว้คือช่วงกลางดึกของคืนวันสิ้นปี โดยมีความเชื่อว่าการไหว้เทพไฉ่ซิงเอี้ยจะทำให้เกิดโชคลาภและร่ำรวยตลอดปี

 ของไหว้ที่ต้องเตรียมได้แก่ : 

– รูปภาพหรือรูปปั้นขององค์ไฉ่ซิงเอี้ย

– แจกันดอกไม้สด 1 คู่

– เทียนแดง 1 คู่

– กระถางธูปและธูปสำหรับไหว้

– น้ำชา 5 ถ้วย

– ขนมอี้ (สาคูแดง) 5 ถ้วย หรือข้าวสวย 5 ถ้วย

– ขนมจันอับ, น้ำชา 5 ถ้วยเล็ก

– ผลไม้มงคล 5 อย่าง เช่น ส้ม แอปเปิ้ลแดง องุ่นแดง กล้วยหอมทอง สับปะรด ฯลฯ

– เจไฉ่ 5 อย่าง เช่น ดอกไม้จีน ฟองเต้าหู้ วุ้นเส้น เห็ดหอม เห็ดหูหนู และกระดาษเงินกระดาษทอง

วิธีการไหว้ : ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก จุดธูป 3 ดอก 5 ดอก 9 ดอก หรือ 12 ดอกก็ได้ แล้วกล่าวคำสวดมนต์ไหว้สักการะ ดังนี้ “นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ” (3 จบ) จากนั้นสวดบทสักการะว่า “โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา” (สวด 3 จบ 5 จบ 9 จบ หรือ 12 จบก็ได้) จากนั้นให้กล่าวชื่อและนามสกุลของตัวเอง และเรื่องที่จะขอพร จากนั้นนำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาแล้วให้ผู้ใหญ่ในบ้านถือรูปภาพหรือรูปปั้นไฉ่ซิงเอี้ยพร้อมกระถางธูปเข้าบ้าน เป็นการเชิญเทพเข้าบ้าน และของไหว้ก็ห้ามทิ้งเพราะถือเป็นของมงคลให้นำไปแบ่งกันรับประทานในครอบครัว

สรุป

          เป็นยังไงกันบ้างคะ กับบทความวันตรุษจีนที่ได้รวบรวมประวัติและวิธีไหว้มาให้ทุกคนได้อ่านกันก่อนจะถึงเทศกาลนี้ ขอให้บทความนี้เป็นประโยชน์กับหลายๆคนที่ได้เขามาอ่านนะคะ สำหรับวันนี้ทางเราขอตัวลาไปก่อน ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขมากๆนะคะ สวัสดีค่ะ

สามารถอ่านบทควาามอื่นๆของเราได้ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *