สายบุญห้ามพลาดกับบทความนี้ที่จะพาคุณไปรู้จักหลวงพ่อโตมากยิ่งขึ้น ห้ามพลาดเด็ดขาด

มา พาไปกราบ 64

พาไปกราบ หลวงพ่อโต ประจำปี 2564

น้อยคนมากที่จะไม่รู้จักหลวงพ่อโต วันนี้เรา Lekded69 จะพาทุกคนไปรู้ถึงเรื่องราวของหลวงพ่อโตให้ลึกมากยิ่งขึ้น เรื่องราวจะเป็นยังไงไปอ่านกันได้เลย

มา พาไปกราบ 64

เรื่องราวของ “หลวงพ่อโต”

          หลวงพ่อโตได้ล่องลอยเรื่อยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วลอยเข้ามาในลำคลองสำโรง ผู้พบเห็นต่างโจษจันกันไปทั่วถึงปาฏิหาริย์ในครั้งนี้ จึงพากันอาราธนาหลวงพ่อขึ้นที่ปากคลองสำโรง แต่ฉุดดึงเท่าไรก็ไม่สำเร็จ ท่านไม่ยอมขึ้น 

          มีผู้มีปัญญาดีคนหนึ่งได้ให้ความเห็นว่า คงเป็นเพราะบุญญาอภินิหารของท่าน แม้จะใช้จำนวนผู้คนสักเท่าไรอาราธนาฉุดท่านขึ้นบนฝั่งคงไม่สำเร็จเป็นแน่ ควรจะเสี่ยงทายต่อแพผูกชะลอกับองค์ท่าน แล้วใช้เรือพายฉุดท่านให้ลอยมาตามลำน้ำสำโรง และอธิษฐานว่า “หากท่านประสงค์จะขึ้นโปรดที่ใด ก็ขอแสดงอภินิหารให้แพที่ลอยมาจงหยุด ณ ที่นั้นเถิด” เมื่อประชาชนทั้งหลายได้เห็นพ้องต้องกันดังนั้นแล้ว ก็พร้อมใจกันทำแพผูกชะลอกับองค์ท่าน แล้วใช้เรือพายช่วยกันจ้ำพายจูงแพลอยเรื่อยมาตามลำคลอง 

          ครั้นแพลอยมาถึงบริเวณหน้า วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม หรือปัจจุบันนี้คือ วัดบางพลีใหญ่ใน แพที่ผูกชะลอองค์ท่านก็เกิดหยุดนิ่ง ฝีพายพยายามจ้ำและพายกันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง แพนั้นก็หาได้ขยับเขยื้อนไม่ ชาวบางพลีถึงกับขนลุกซู่เห็นเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก ต่างก้มลงกราบนมัสการด้วยความเคารพสักการะ แล้วพร้อมใจกันอาราธนาตั้งจิตอธิษฐานว่า “ถ้าหลวงพ่อจะโปรดคุ้มครองชาวบางพลีให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ก็ขออาราธนาอัญเชิญองค์ท่านให้ขึ้นจากน้ำได้โดยง่ายเถิด” 

          และก็เป็นที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก เพียงใช้คนไม่มากนัก ก็สามารถอาราธนาท่านขึ้นจากน้ำได้โดยง่าย ทำให้ประชาชนต่างแซ่ซ้องในอภินิหารของท่าน และได้อาราธนาท่านขึ้นไปประดิษฐานในพระวิหาร ซึ่งต้องชะลอท่านขึ้นข้ามฝาผนังวิหาร เพราะขณะนั้นหลังคาพระวิหารยังไม่มี และประตูวิหารก็เล็กมาก ต่อจากนั้นท่านจึงได้ประดิษฐานอยู่ในวิหารนั้นเรื่อยมา ครั้นต่อมาได้รื้อวิหารนั้นเพื่อสร้างเป็นพระอุโบสถที่ถาวร จึงต้องชะลออาราธนาองค์ท่านมาพักไว้ยังศาลาชั่วคราว จนกระทั่งได้สร้างพระอุโบสถสำเร็จแล้ว จึงได้อาราธนาท่านไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ เพื่อเป็นประธานของวัดบางพลีใหญ่ใน 

มา พาไปกราบ 64

บทสวด

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวดังนี้

ธะนัง โภคัง ทุสะ มะนิ นะนัง
โภคัง ทุสะ มะนิ อุมิ อะมิ  มะหิสะตัง สนะพุทธัง
อะ สุ นะ อะ นะ มะ พะ ทะ จะ ภะ กะ สะ


ใช้ภาวนากับน้ำสะอาด แล้วนำน้ำนั้นมาพรมให้ทั่วบริเวณบ้านเรือน ร้านค้า จำนำมาซึ่งเงินทองไม่ขาดสาย หมั่นสวดเป็นประจำช่วยส่งเสริมให้ค้าขายดี 

มา พาไปกราบ 64

 เคล็ดลับการขอพร

ก่อนอื่นต้องตีระฆังด้านหน้าก่อน เริ่มจากระฆังลูกใหญ่ที่อยู่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยตีทั้งหมด 5 ครั้ง จากนั้นไล่ไปตีที่ระฆังลูกเล็ก ลูกละ 5 ครั้งด้วยเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าการตีระฆังจะช่วยให้มีชื่อเสียงโด่งดัง หรือให้คุณงานความดี บุญกุศลดังไปทั่วนั่นเอง

มา พาไปกราบ 64

 การแก้บน

เชื่อว่าใครที่ได้มาขอพร หรือได้บนบาลไปก็จะได้ความสำเร็จกลับมาทุกครั้ง และการแก้บนนั้นจะแสนง่าย เพราะใช้แค่ของ 2 อย่างเท่านั้น

  1. ไข่ต้ม กี่ฟองก็ได้แล้วแต่ศรัทธาและกำลัง เพราะทางชาวบ้านจะได้แบ่งกันไปกินได้อีกด้วย
  2. ดอกไม้ พวงมาลัย 9 พวง หรือ 99 พวงก็ได้แล้วแต่กำลัง

ข้อควรระวัง :  ผู้บนบานจะต้องใช้แผ่นทองคำเปลวไปติดไว้ที่ฝ่าเท้าของหลวงพ่อโตก่อน และต่อมาจึงขอในสิ่งที่ตนต้องการ แต่สำคัญว่า จะต้องรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุร้ายแก่ตนเองได้! ส่วนเรื่องที่ห้ามบนบานเด็ดขาด คือ การขอให้ไม่ถูกเกณฑ์ทหาร เพราะผู้ที่บนในเรื่องนี้ จะต้องถูกเกณฑ์ทหารทุกราย

สรุป

เป็นยังไงกันบ้างคะกับบทความหลวงพ่อโต ทางเราขอให้บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ สำหรับวันนี้ทางเราขอตัวลาไปก่อน ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทองกันนะคะ สวัสดีค่ะ 

ขอบคุณอ้างอิงจาก sanook

สามารถติดตามบทความอื่นๆของเราได้ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *