เรามี เรื่องราว  และบทความดีๆมาให้ทุกคนได้อ่านกันอีกแล้วพูดเลยว่าสายมูห้ามพลาด!!

ดู เรื่องราว ความรัก

เรื่องราว ความรักของพระกฤษณะและนางราธาเทวี ฉบับปี 2564

บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับพระกฤษณะและนางราธาเทวีว่าเป็นใครมีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไรและทำไมถึงได้เป็นเทพแห่งความรักถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันเลย  

ดู เรื่องราว ความรัก

เรื่องราวของพระกฤษณะและนางราธาเทวี      

แม้ถือกำเนิดมาในราชวงศ์กษัตริย์ แต่กลับมีช่วงชีวิตวัยเด็กที่โลดโผนเพราะว่าถูกลุงแท้ ๆคือพญากังสะนั่นเอง พยายามจะฆ่าพระองค์เพราะมีเสียงจากเบื้องบนส่งมาบอกพระองค์ไว้เช่นนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จจนผกผันมาเป็นหนุ่มเลี้ยงวัว

     ขณะที่ก็ถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิต เพราะที่ท้องทุ่งกว้างเป็นที่ก่อเกิดตำนานรักอันอมตะแห่งมหาเทพระหว่าง พระกฤษณะ และ พระนางราธา

     พระนางราธา(Radha) เป็นปางอวตารของพระแม่ลักษมี มาเกิดเป็นบุตรสาวของนายวริษภาษณุ ซึ่งเติบโตมากับพระกฤษณะเลยก็ว่าได้ ทั้งสองสนิทสนมกันมาก ๆ และช่วยกันเลี้่ยงวัวในท้องทุ่งกว้าง ส่วนใหญ่เมื่อพบพระกฤษณที่ไหนก็มักจะต้องเห็นพระนางราธาที่นั่นด้วย ทั้งสองรักกันมากและต้องการที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป จึงให้คำมั่นสัญญากันว่าจะอยู่ด้วยกันโดยไม่พรากจากกันจนกว่าความตายจะมาพราก

     แต่สุดท้ายด้วยเนื้อที่แห่งความเป็นกษัตริย์สุดท้ายพระกฤษณะจำเป็นต้่องเดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อไปครองเมืองทำให้พรัดพรากจากพระนางราธา แต่นางก็สัญญว่าจะรอเสมอและไม่มีวันเลิกรักพระกฤษณะเป็นอันขาด

     เมื่อทำการปราบปรามข้าศึกจนขึ้นเป็นกษัตริย์ จนแม้จะเสกสมรสมีภรรยา ได้แก่พระนางรุกขมิณี (Rukmini: บุตรีของท้าวภีษมกะ แคว้นวิทรรภ ซึ่งว่ากันว่าเป็นการแบ่งภาคอวตารของพระแม่ลักษมีอีกภาคหนึ่งด้วยเช่นกัน) และ พระนางสัตยภามา(Satyabhama :บุตรีของท้าวสัตราชิต โดยตำนานกล่าวว่าพระนางเป็นปางอวตารของพระแม่ภูเทวี บ้างก็ว่าเป็นอวตารของพระลักษมี บ้างก็ว่าเป็นนางจันทรเสนาซึ่งเป็นนางนาคีผู้หลงรักพระรามกลับชาติมาเกิดใหม่ ซึ่วพระแม่สัตยาภานี้เองที่เป็นผู้ช่วยให้พระกฤษณะสามารถปราบนรกาอสูรได้สำเร็จ)

     ส่วนพระนางราธายังคงเป็นหญิงเลี้ยงวัวที่มีใจรักพระกฤษณะอยู่เช่นเดิม และเชือมั่นว่าพระกฤษณะจะต้่องกลับมาตามสัญญา โดยอดทนรอคอยอยู่นานแสนนานเนื่องจากสงครามแห่งท้องทุ่งกุรุเกษตร ที่รู้จักกันในนาม “มหาภารตยุทธ” ซึ่งรจนาเป็นมหากาพย์ในชื่อ “มหากาพย์มหาภารตะ”นั่นเองซึ่งกินเวลานานมาก

     พระกฤษณะเองก็ไม่เคยลืมรักแรกเลย แต่ว่าด้วยภารกิจต้องจัดการงานบ้านเมืองซึ่งตำนานเล่ากันว่ากินเวลานานโขทีเดียว แต่สุดท้ายพระกฤษณะก็เดินทางกลับไปพบกับพระนางราธาแล้วก็แต่งงานโดยพิธีอภิเสกสมรสจัดขึ้นในเมืองวรัธอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าประชาชนทั้งเมืองที่มีอยู่มหาศาล(ให้จินตนาการถึงแผ่นดินอินเดีย) ซึ่งมีผู้คนต่างมาอวยพรคู่รักอย่างท่วมท้นล้นหลาม รวมไปถึงเหล่าองค์มหาเทพทั้งหลายที่อยู่บนสรวงสวรรค์ด้วย ซึ่งต่างโปรยปรายดอกไม้แห่งสวรรค์ลงมาเพื่อเป็นสักขีพยานแห่งความรักแก่ทั้งคู่

      มีเพลง บทกวีและโคลงกลอนต่างๆที่แต่งขึ้นมาเพื่อเป็นการสรรเสริญตำนานรักอมตะของพระกฤษณะและพระนางราธามากมาย และเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาแม้แต่กาลเวลาจะผ่านมาหลายพันปี

ดู เรื่องราว ความรัก

ของไหว้

ได้แก่ ดอกไม้ ผลไม้ อย่างสาลี่ ส้ม แต่อย่านำเนื้อสัตว์ หรือของคาวมาถวายเด็ดขาด ส่วนดอกไม้ นิยมนำดอกมะลิ ดอกดาวเรือง หรือดอกกุหลาบมาถวาย

ดู เรื่องราว ความรัก

บทสวด/บทบูชา

“ ฮะเร กฤษณะ ฮะเร กฤษณะ กฤษณะ กฤษณะ ฮะเร ฮะเร ฮะเร รามะ รามะ ฮะเร ฮะเร ”

สรุป

เป็นยังไงกันบ้างคะกับบทความที่เล่าเรื่องราวของพระกฤษณะและนางราธาเทวี และยังกล่าวถึงของบูชาพร้อมทั้งบทสวด ใครที่กำลังสนใจเรื่องนี้อยู่ขอให้บทความนี้เป็นประโยชน์แก่ทุกคนนะคะ สวัสดีค่ะ

สามารถติดตามบทความอื่นๆได้ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *